วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงงานเรื่อง ตุ๊กตาและดอกไม้จากเปลือกข้าวโพด




ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงงาน

1.ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
2.นำของที่ไม่ได้ใช้แล้วมาประดิษฐ์เป็นของใหม่
3.สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโครงงานไปสร้างรายได้เสริม
4.ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีม ทำให้เกิดความสามัคคี
5.ทำให้มีความอุตสาหะ ฝึกฝนความอดทน


วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 3 [Google Chrome OS]

Google Chrome OS



ปัจจุบัน มีระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หลายชนิด แต่ที่เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด คือ Windows,MAC,Linux และเมื่อไม่นานมานี้เอง Google ซึ่งเป็นที่ผู้ให้บริการ Search Engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการของตนเองที่มีชื่อว่า Google Chrome OS โดยระบบปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้งานในการติดต่อกับอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก หรือที่เรียกกันว่า Netbook

Google Chrome OS เป็นระบบปฏิบัติการแบบ open source ที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี พัฒนาขึ้นมาจาก Linux โดยระบบปฏิบัติการนี้จะมีการประมวลผลผ่าน web applications เป็นหลัก กล่าวคือ การประมวลผลทุกอย่างอยู่บน cloud หรือบนอินเตอร์เน็ต ข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเพียงการแคชคือ ข้อมูลที่เก็บไว้ทำดัชนีเว็บเพจอ้างอิงและจะแสดงผลก็ต่อเมื่อมีการเรียกใช้เท่านั้นและเป็นดิสก์เข้ารหัสทั้งหมด และไม่สามารถแชร์ไฟล์ระหว่างผู้ใช้ในเครื่องเดียวกันได้

จุดประสงค์ของ Chrome OS ก็คือ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และ ใช้เวลาส่วนใหญ่บนคอมพิวเตอร์อยู่บนโลกของอินเตอร์เน็ต ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายหลักจึงอยู่ที่คอมพิวเตอร์ Netbook ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กและเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ผู้ใช้ใช้ติดต่อกับอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก และจุดสำคัญหลักของระบบปฏิบัติการนี้ คือ ความเร็ว,ความง่ายในการใช้งาน และความปลอดภัย โดยกูเกิ้ลมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ระบบปฏิบัติการนี้สามารถทำงานได้เร็วและไม่กินทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์มาก นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เครื่องสามารถเริ่มทำงานและเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ภายใน 2 ถึง 3 วินาที

ทางผู้พัฒนา Chrome OS ได้เปิดเผยว่าระบบปฏิบัติการนี้จะมีฟังก์ชั่นการทำงานและแนวคิดคล้ายกับ Chrome browser มากซึ่งพวกเขาก็ได้ยอมรับว่า ระบบปฏิบัติการ Chrome OS ก็คือการเพิ่มขีดความสามารถของของบราวเซอร์ให้มากขึ้นโดยใส่ฟังก์ชั่นการทำ งานของระบบปฏิบัติการเข้าไปนั่นเอง แอพพลิเคชั่นต่างๆของ Chrome OS สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางเว็บบราวเซอร์ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมไว้ในเครื่อง และจากการที่ระบบปฏิบัติการนี้ทำงานบน web ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการอัพเดทโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ๆ อีกต่อไป




วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 2

เว็บเบราว์เซอร์ หมายถึงอะไร?

เว็บเบราว์เซอร์ (web browser) หรือ โปรแกรมดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่นๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ

การทำงานของเว็บเบราว์เซอร์

หน้าที่ของเว็บเบราเซอร์ คือการแปลงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จัดทำให้ด้วยโครงสร้างของ Hypertex Markup Language (HTML) ปัจจุบันความสามารถภายในตัวของเว็บเบราเซอร์มีมากมายเช่น การแสดงรูปภาพ, ภาพเคลื่อนไหว, ดนตรี, เสียง, ภาพวีดีโอ และการซื้อ-ขายผ่านเว็บเบราเซอร์ กราฟฟิกเว็บเบราเซอร์ (Graphic Web Browser) ได้แก่ Microsoft Internet Explorer, Netscape



หลักการทำงานของเว็บเบราเซอร์ (Web Browser) ในเว็บเบราเซอร์แต่ละตัวมีความสามารถในการแปล (Interpreter) ความหมายว่าเว็บเบราเซอร์จะทำการแปลเอกสาร HTML ทีละบรรทัดแล้วแสดงผลการแปลต่างๆ ออกมานอกจากนั้นเว็บเบราเซอร์ จะทำการแปลรหัสโปรแกรมต่างๆ เช่น Java Script, VBScript, หรือ Java ให้เป็นเอ๊กซีคิวต์เบิลโมดู (Executable Module) แล้วส่งให้ทำงานอยู่ภายในเว็บเบราเซอร์นั้น เป็นการขยายความสามารถของเบราเซอร์ที่เราเรียกว่า เอ๊กซีคิวต์เทเบิลโมดูล, ปลั๊กอิน (Plug-In) หรือเรียกว่า เธริ์ดปาร์ตี้ (Third Party) ก็ได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้แก่ Macromedia Flash & Shockwave, Adobe Acrobat, Apple QuickTime, Macromedia Flash & Shockwave และ Real Player


ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ 3 โปรแกรม

ตัวอย่างของเว็บบราวเซอร์ เช่น 
Internet Explorer

Google Chrome

Safari

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 1

อินเทอร์เน็ต หมายถึงอะไร?

อินเทอร์เน็ต (Internet) หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่มีการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลาย ๆ เครือข่ายทั่วโลก โดยใช้ภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า โพรโทคอล (Protocol) เดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเตอร์เน็ตสามารถสื่อสารข้อมูลซึ่งกันและกันได้ ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ในหลาย ๆ ทาง อาทิ อีเมล เว็บบอร์ด และสามารถสืบค้นข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูลและโปรแกรมมาใช้ได้ นับว่าเป็นเครือข่ายที่กว้างขวางที่สุดในปัจจุบันเนื่องจากมีผู้นิยมให้จากทั่วโลกทุกมุมโลก



ประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ตในประเทศ ไทย

ประวัติความเป็นมา ประเทศไทยได้เริ่มติดต่อกับอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2530 ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเล็กทรอนิกส์แบบแลกเปลี่ยนถุงเมล์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Prince of Songkla University) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที (AIT) ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย (โครงการ IDP) ซึ่งเป็นการติดต่อเชื่อมโยงโดยสายโทรศัพท์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ยื่นขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่อินเทอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซึ่งนับเป็นที่อยู่อินเทอร์เน็ตแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาปี พ.ศ. 2534 บริษัท DEC (Thailand) จำกัดได้ขอที่อยู่อินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ประโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รับที่อยู่อินเทอร์เน็ตเป็น dect.co.th โด
ยที่คำ “th” เป็นส่วนที่เรียกว่า โดเมน (Domain) ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงโซนของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยย่อมาจากคำว่า Thailand กล่าวได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตชนิดเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ในประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2535 โดยสถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 9600 บิตต่อวินาที จากการสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตที่บริษัท ยูยูเน็ตเทคโนโลยี (UUNET Technologies) ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในปีเดียวกัน ได้มีหน่วยงานที่เชื่อมต่อแบบออนไลน์กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ โดยเรียกเครือข่ายนี้ว่าเครือข่าย “ไทยเน็ต” (THAInet) ซึ่งนับเป็นเครือข่ายที่มี “ เกตเวย์ “ (Gateway) หรือประตูสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นแห่งแรกของประเทศไทย (ปัจจุบันเครือข่ายไทยเน็ตประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 4 แห่งเท่านั้น ส่วนใหญ่ย้ายการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตโดยผ่านเนคเทค (NECTEC) หรือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ)

ปี พ.ศ. 2535 เช่นกัน เป็นปีเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและวิจัยโดยมีชื่อว่า "เอ็นดับเบิลยูจี" (NWG : NECTEC E-mail Working Group) โดยการดูแลของเนคเทค และได้จัดตั้งเครือข่ายชื่อว่า "ไทยสาร" (ThaiSarn : Thai Social/Scientific Academic and Research Network) เพื่อการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน โดยเริ่มแรกประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 8 แห่ง ปัจจุบันเครือข่ายไทยสารเชื่อมโยงกับสถาบันต่างๆ กว่า 30 แห่ง ทั้งสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐ


ปัจจุบันได้มีผู้รู้จักและใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีอัตราการเติบโตมากกว่า 100 % สมาชิกของอินเทอร์เน็ตขยายจากอาจารย์และนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาไปสู่ประชาชนทั่วไป



วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

My Profile


CHANOKNUN KOSOLWATTANAKUL


ชนกนันท์ โกศลวัฒนกุล
ชื่อเล่น เกมส์
วันเกิด 6 ธันวาคม พ.ศ. 2541 อายุ 16 ปี
Facebook : https://www.facebook.com/chanoknunn
Instagram : Chanoknunn